กล่องบริจาค และ คำเตือนเรื่อง…นักธุรกิจขอทาน
กันยายน 16, 2007 at 9:35 am | In General Talk | 2 Commentsตอน ทำบุญกลับได้บาป

วันก่อน…เปิ้ลเปิดไปเจอรายการ “เรื่องจริงผ่านจอ” แล้วก็ได้พบกับข้อมูลที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ได้บ้างคือ…เรื่องของธุรกิจขอทาน
เชื่อว่า…..เพื่อนๆ หลายคนที่กำลังอ่าน Blog นี้อยู่ต้องเป็นคนใจบุญสุนทานกันแน่ๆ และก็คงมีหลายคนที่ชอบใส่เงินบริจาคตามกล่องหรือตู้ที่รับบริจาคให้กับที่ต่างๆ หรือให้เงินขอทานที่เรารู้สึกสงสารมากมาย อาจจะมีทั้งเด็ก คนแก่ หรือแม้แต่ผู้หญิงที่นั่งอุ้มเด็กเล็ก ขอทานตามที่ต่างๆ (ก่อนหน้านั้น! เปิ้ลเอง…ก็เป็นคนหนึ่ง ที่ทำเช่นนั้นอยู่)
ในที่นี้…ขอพูดเรื่องกล่องรับบริจาคก่อนนะคะ…ว่าจริงๆ แล้ว ก็ไม่เสียหายอะไร ถ้าเราอยากจะร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ให้ความช่วยเหลือไปยังสถานที่ตามวัตถุประสงค์ของกล่องรับบริจาคนั้น แต่..ถ้าจะให้ดี เราควรดูสถานที่นั้นด้วย ว่าเป็นที่ๆ มีอยู่จริงหรือไม่ และสถานที่วางกล่องรับบริจาคนั้น เป็นสถานที่น่าเชื่อถือหรือไม่ (อย่างเปิ้ลเองก็จะดูแค่นี้แหล่ะ) เช่น กล่องรับบริจาคเพื่อ…ช่วยช้าง ที่สถานีรถไฟใต้ดิน (อันนี้ ทำทุกครั้งที่เจอ) หรือจะกล่องรับบริจาคต่างๆ ตามห้าง หรือซุปเปอร์มาเก็ต ต่างๆ เหล่านี้ก็น่าเชื่อถือได้ แต่…หากกล่องรับบริจาคมาวางตรงบริเวณที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือ ก็ดูๆ นิดนึงนะคะ ว่าพอจะเชื่อถือได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการที่เราบริจาคเงินให้กับพวกมิจฉาชีพ อย่างเดียวกับการให้เงินขอทาน ที่เปิ้ลได้ข้อคิดมาจากรายการเรื่องจริงผ่านจอ และอยากจะมาแชร์ให้เพื่อนๆ ทราบด้วย…
คือ…ปัจจุบันขอทาน ได้กลายมาเป็นอาชีพหรือธุรกิจอย่างหนึ่ง ที่ทำกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันเลย ถ้าเราจะสังเกตุ เดี๋ยวนี้…ขอทานเยอะมาก โดยเฉพาะจะเป็นคนแก่ เด็ก คนพิการหรืออาจจะแฝงมาในแบบที่เราไม่คาดฝัน เช่น การที่มีคนแก่หรือเด็ก อาจจะเปลี่ยนจากการนั่งขอทาน มาเป็นถือลูกอม ปากกา หรือสิ่งของมาขาย แต่ในราคาที่เกินจากราคาท้องตลาดทั่วไปมาก (ทีแรกเปิ้ลก็เคยช่วยซื้อ เห็นว่า ดีกว่าพวกที่มานั่งขอทาน โดยไม่คิดจะทำอะไร) แต่ความจริงแล้ว พวกนี้ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับพวกธุรกิจขอทานเช่นกัน
โดยจะมีนายหน้านักธุรกิจขอทาน (หรือเรียกอีกอย่างนึงว่า พวกสัตว์นรก ที่หากินกับการทำบุญของผู้อื่น) ไปตามหมู่บ้านต่างจังหวัดในประเทศไทย เพื่อจะติดต่อชวนชาวบ้านที่ไม่รู้เท่าทัน ที่เป็นคนเฒ่าคนแก่ ชักชวนพวกเค้ามานั่งขอทาน โดยจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือนๆ ละไม่เท่าไหร่ หรือขอเช่าเด็กเล็กๆ มาเป็นพร๊อพประกอบการนั่งขอทาน โดยจะจ่ายให้เป็นรายเดือนเช่นกัน และที่ร้ายกว่านั้นก็คือ มีบางส่วนก็นำเข้ามาจากประเทศเขมร บางทีก็เป็นเด็กๆ อายุไม่กี่ขวบ ให้มานั่งขอทานหรือเดินขายของอย่างที่พวกเราเห็น บางคนเล่าให้ฟังผ่านรายการว่า ต้องขายให้หมดด้วย หรืออาจจะต้องขายตามยอดที่พวกใจบาปมันสั่ง หากไม่ได้ตามนั้น ก็จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง บางคนพวกมันส่งไปขายตัวตามที่ต่างๆ บางคนก็ถูกทำร้ายร่างกายต่างๆ นาๆ ถูกตัดแขนตัดขาเพื่อให้ดูน่าสงสารมากยิ่งขึ้น มีเด็กรายนึง เคยถูกจับโยนลงทะเลมาแล้ว คือหวังฆ่าให้ตายเลยทีเดียว (ทารุณที่สุด)
แล้วทางรายการยังแจ้งอีกว่า ตอนนี้จะมีขอทานที่มาจากประเทศเขมรมากมายเลย โดยจะอาศัยกันเป็นชุมชนเขมร อยู่แถวทางรถไฟหัวลำโพง พอหลังจากขอทานกันเสร็จแล้วในแต่ละวันก็จะนำเศษเงินที่ได้มาไปแลกเป็นแบงค์ที่ร้านค้าแถวนั้น ถือว่า มีรายได้ที่ดีมาก เดือนละ 2 ล้านกว่าบาททีเดียว (คนไทยนี่ใจบุญกันจริงๆ ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจแย่ขนาดนี้นะเนี่ย…) แต่กลายเป็นว่า พวกหยาบช้านี่ มันรวยบนความใจบุญของเราเหรอ???
ทั้งหมดที่นำมาเล่านี้…เปิ้ลไม่ได้ต้องการให้ใครเลิกทำบุญกันนะคะ แต่อยากให้คิดสักนิดนึงว่า คนที่เราช่วยเค้าลำบากและต้องการความช่วยเหลือจากเราจริงหรือ??? ใช่ ! บางคนก็อาจจะบอกว่า การทำบุญไม่ต้องคิดว่าเค้าจะเอาไปทำอะไร แค่เราทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ตั้งใจดีก็พอแล้ว นั่นก็จริงนะ แต่ก่อนเปิ้ลก็มีคติประจำใจเช่นนั้นเหมือนกัน แต่รายการนี้ เค้าให้ข้อคิดที่ดีว่า คุณเคยคิดหรือไม่ว่า บุญที่คุณทำมันอาจจะได้บาป เพราะมันเป็นการส่งเสริมให้คนชั่วยิ่งทำชั่วมากไปอีก ไม่เกรงกลัวต่อบาป ที่สำคัญเค้ากลับยิ่งไปทำร้ายคนอื่นอย่างเด็กๆ ที่พ่อแม่ของเด็กก็ไม่รู้เท่าทันว่า พวกนี้ไปขอเช่าลูกเค้ามาแค่บอกว่า ให้มานั่งขอทานเฉยๆ เนี่ย พวกมันได้ทำร้ายอะไรเด็กๆ เหล่านี้บ้าง บางคนสูญเสียอวัยวะ บางคนเสียชีวิต เสียตัว เสียอนาคต และอื่นๆ อีกมากมาย
ตอนนี้…เปิ้ลเลยเลิกใส่เงินกล่องบริจาคสุ่มสี่สุ่มห้าแล้ว (เริ่มพินิจพิเคราะห์มากขึ้น) และเลิกให้เงินขอทาน รวมถึงช่วยซื้อของพวกคนแก่หรือเด็กๆ เดินขายลูกอม หรือของที่เราดูออกว่า เป็นธุรกิจขอทานแน่ๆ แล้ว แต่เปลี่ยนวิธีเป็น เมื่อเราเห็นแล้วสงสารเค้าละก็ซื้อขนมหรืออาหารให้พวกเค้าแทนดีกว่า (เพื่อนๆ จะนำวิธีนี้ไปใช้บ้างก็ได้นะคะ) แต่ถ้าหากใครยังคิดว่า สิ่งที่ทำอยู่แล้วไม่คิดว่าผิดหรือ ทำแล้วสบายใจ ต่อให้พวกนี้จะเอาเงินไปทำอะไรก็ตามแต่พวกเค้า ก็…ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าทำแล้วมีความสุข ก็ไม่ว่ากัน อันนี้ขึ้นอยู่กับความสบายใจของเราเอง ^_^
แต่สำหรับเปิ้ล คิดว่า….ถ้าเราจะช่วยเหลือใคร ก็เพราะเค้าลำบากและต้องการให้เราช่วยจริงๆ อย่างพวกที่ออกรายการวงเวียนชีวิต หรือรายการอะไรประเภทนั้น ที่มีเลขที่บัญชีที่น่าเชื่อถือได้ให้เราร่วมช่วยเหลือ หรือกล่องรับบริจาคที่น่าเชื่อถือได้อีกมากมาย หรือถ้ามีเวลาก็ไปบริจาคตามมูลนิธิหรือสถานสงเคราะห์ต่างๆ ตามกำลังทรัพย์ หรือที่ๆ เราสนใจดีกว่ามั้ย เพื่อเราจะได้รู้สึกดีกว่า…ว่าน้ำใจของเราที่เราตั้งใจให้เค้าไปเนี่ย ได้เป็นน้ำทิพย์ชะโลมใจให้กับผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง….
ป.ล. แฟนของเปิ้ลเคยเห็นจะๆเลย ขอทานได้ตังเยอะมาก พอตังเต็มแล้วก็รีบเก็บใส่กระเป๋า ขันจะได้ว่างๆดูน่าสงสารอีกครั้งนึง แอบเห็นเลยว่าเงินในกระเป๋านั้นเยอะมากๆ
2 ความเห็น »
RSS feed สำหรับความเห็นต่อเรื่องนี้
ใส่ความเห็น
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.



เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานแล้ว
เราก็เป็นคนนึงที่ชอบบริจาคเงินในลักษณะนี้
และ เคยได้ยิน เรื่องทำนองนี้มาเหมือนกัน
ก้อ อยาก share แนวคิดของเรา
สำหรับเรา เราก็ไม่ถึงกับเลิกให้เงินนะ แต่เราจะเลือกคน
อย่างบางคนมาร้องเพลงนะ เราถือว่า เค้าให้บริการ หรือบางคนอาจจะมีตาชั่งเก่าๆมาวาง ถึงแม้ว่า เราจะไม่ได้ชั้ง แต่เรารู้สึกว่า
เค้า พยายาม หาอะไรมาตอบแทน ในวิถีทางที่เค้าทำได้
เราก็อยากช่วย
แต่ถ้ามาแนว อุ้มเด็กมา หรื ถาแผลให้ดูเหวอะ หวะ แกล้งพิการ ทำนองนี้ ก้อขอ bye จ้า
ความเห็น โดย Pamlet — ตุลาคม 3, 2007 #
ทำแบบเดียวกะเราเรย เราจะซื้อน้ำมาให้เค้าแทนอ่ะ ตั้งแต่มีเรื่องพี่ที่ขายตั๊กแตนสานแกล้งเปนใบ้ ทำเราแอบเหวอไปเรยช่วงนึงหล่ะ แต่ก้อเนอะมันคิดได้หลายแง่ แต่จะทำก้อขอให้ทำด้วยใจอ่ะ ดีที่สุดแระ
ความเห็น โดย pitch — มกราคม 8, 2009 #