ชะตากรรมของสัตว์ (ไร้ศาล) ที่ถูกทิ้ง ตอนที่ 1
มิถุนายน 4, 2007 at 1:09 pm | In Animal | 13 Commentsตอน ที่พึ่งของพวกเรา…ณ บ้านป้านิดากับลุงสัญญา
วันนี้ (31 พ.ค. 50) หลังจากไปที่เกาะสุนัข (พุทธมณฑลสาย 4) เปิ้ลกับแฟนได้มีโอกาสนำข้าวสารและอาหารสุนัขที่ตั้งใจนำไปบริจาค และได้แบ่งปันส่วนหนึ่งไปบริจาคที่บ้านป้านิดากับลุงสัญญา ซึ่งทั้ง 2 ท่านเป็นบุคคลตัวอย่างที่ควรได้รับการยกย่องเป็นอย่างยิ่ง ในเรื่องของผู้ที่มีจิตใจเมตตากรุณาต่อสัตว์ทั้งหลายได้เป็นอย่างดี
เนื่องจาก…ตอนที่โทรฯ ไปหาป้าตุ่น (เกาะสุนัข) ที่ได้เบอร์โทรฯ มาจากในเว็บไซด์ ป้าตุ่นก็แนะนำให้มาที่นี่ด้วย และบอกด้วยว่า ทางป้านิดากับลุงสัญญากำลังลำบากมาก เนื่องจากไม่มีใครเข้าไปช่วยเหลือดูแลเลย และก็ยังไม่มีใครรู้จักด้วย จึงยังไม่ค่อยได้รับบริจาคอาหารและเงินช่วยเหลือซักเท่าไหร่ จะมีก็จากคนที่ได้รับคำแนะนำมาจากป้าตุ่นเหมือนกับเปิ้ลที่ได้รับคำบอกเล่ามานี่แหล่ะ
เปิ้ลกับแฟนก็เลยตัดสินใจลองไปดู พร้อมกับนำอาหารสุนัขและข้าวสารที่แบ่งส่วนจากเกาะสุนัขไว้ ตั้งใจนำไปบริจาคให้ทางบ้านป้านิดาและลุงสัญญาด้วย ไหนๆ ก็เป็นทางผ่านเหมือนกัน ทีแรกกะจะแวะขาไปเกาะสุนัข แต่…ด้วยความที่ไม่คุ้นเคยเส้นทาง บวกกับเข้าใจผิดเรื่องที่อยู่จึงทำให้ขับรถเลย (คือบ้านป้านิดาอยู่ประมาณพุทธมณฑลสาย 1 ซึ่งขาไปต้องผ่านก่อน) และด้วยความที่รีบไปทำบุญที่วัดโกมุทรังษี (ก็แหม…ไหน ๆ ก็ทางผ่านและอีกอย่างเป็นวันวิสาขบูชาด้วย ก็อยากทำบุญบ้าง…เห็นมั้ยเปิ้ลยังเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีด้วย ชมตัวเองหน่อย)
ซึ่งวัดอยู่พุทธมณฑลสาย 3 จริง ๆ แต่ละสายมันก็ไม่ได้ห่างไกลกันมากหรอก ห่างกันประมาณ 1 กม. เท่านั้นเอง แต่…การที่กว่าจะกลับรถมาสิ คงไปไม่ทันพระฉันแน่เลย (ขนาดรีบนะ ไปถึงวัดประมาณ 9 โมง เค้าถวายภัตตาหารพอดี อ๊าย! ฉิวเฉียด…) และก็ได้ไหว้พระสารีริกธาตุด้วย (เฮ้อ! สบายใจจัง) พอทำบุญเสร็จก็ถึงเวลาเดินทางไปทำทาน ก็เดินทางต่อไปยังเกาะสุนัขที่พุทธมณฑลสาย 4 ซึ่งเล่าไปแล้วใน “ตอน เหตุเกิดที่ เกาะสุนัข”
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่เกาะสุนัขก็เดินทางกลับมายังพุทธมณฑลสาย 1 ที่บ้านป้านิดาและลุงสัญญาใหม่ (แต่…ยังไม่วายขึ้นถนนผิด เกือบไปสะพานพระราม 8 แล้ว ดีนะมีทางลงให้ไหวตัวกลับรถมาใหม่ เฮ้อ…เหนื่อยใจกับคนขับรถจริงๆ เปลี่ยนไม่ได้ด้วยสิ)

นี่ล่ะ ถึงแล้ว! บ้านของป้านิดาและลุงสัญญา
เมื่อเปิ้ลเดินทางไปถึง (หลังจากที่หลงทางซะหลายตลบ) ก็ได้มาถึงบ้านที่ล้อมรั้วด้วยสังกะสี ก็เจอกับลุงแก่ ๆ คนนึงกำลังกวาดน้ำที่ขังอยู่ตรงถนนหน้าบ้าน พอเราจอดรถเค้าก็เดินเข้ามาทักทาย (เหมือนรู้จักกันมาก่อน) เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็โทรฯ ถามทางกันทางโทรศัพท์ (เทคโนโลยีช่วยได้เยอะมากนะ) หลายครั้งมากๆ เพราะด้วยความที่ไม่คุ้นเคยเส้นทางนั่นแหล่ะ

ป้านิดากับลุงสัญญาก็เข้ามาช่วยแฟนเปิ้ลขนของด้วยความซาบซึ้งใจ

ป้านิดาทำทุกอย่างเพื่อเหล่าสัตว์ที่แกเลี้ยงไว้
ลุงที่เปิ้ลพูดถึงนี่ก็คือลุงสัญญา แล้วประมาณไม่ถึงนาที ป้านิดา (ที่ป้าตุ่นแนะนำให้เรามา) ก็เดินเข้ามาสมทบ ลุงสัญญากับป้านิดา เป็นสามีภรรยาที่สุภาพและใจดีมาก แกทั้งสองกับแฟนของเปิ้ลก็ช่วยกันขนข้าวสารและอาหารเข้าไปไว้ในบ้าน มีข้าวสาร 5 กก. 7 ถุง อาหารสุนัข 10 กก. 3 ถุง (อาจจะดูน้อยไปหน่อย ก็เนื่องจากได้รวบรวมเงินบริจาคจากเพื่อนๆ มาจำนวนนึงและก็แบ่งบริจาค 2 ที่ คือที่บ้านป้านิดากับลุงสัญญา และก็ที่เกาะสุนัขด้วย โดยแบ่งปันส่วนกันไป) และก็ให้เป็นเงินสดไว้กับป้านิดา 500 บาท

ป้านิดา(คนซ้าย)รับเงิน 500 บาท ที่เหลือจากการซื้อข้าวและอาหารสุนัข
ขอบอกเพื่อนๆ ว่า เงินจำนวนนี้ยังไม่ถึงครึ่งค่าใช้จ่ายต่อวัน ที่ป้านิดากับลุงสัญญาต้องใช้เลี้ยงสัตว์เหล่านี้เลย เพราะว่าค่าอาหารสำหรับสัตว์ทั้งหลายต่อวันประมาณ 1,250 บาท (ข้าวสารกระสอบละ 100 กก. ใช้ได้ 3 วัน) สัตว์ที่นี่ก็มีหลากหลายชนิดมากเลย ได้มาจากที่ลุงกับป้าช่วยชีวิตมา มีหมาจำนวน 140 ตัว แมว 80 ตัว เป็ด 2 ตัว ไก่ 12 ตัว และหมูป่าอ้วนพีอีก 2 ตัว (สัตว์เหล่านี้มีประวัติการถูกทอดทิ้งและหนีเอาชีวิตรอดมาเกือบทุกตัวเลย และก็มีอีกหลายตัวที่เกิด ณ ที่แห่งนี้)

น้องหมา 140 ตัว

น้องแมว 80 ตัว

ไก่ 12 ตัว

น้องหมูป่า 2 ตัว !!
เมื่อระหว่างที่เดินเข้าไปในพื้นที่เลี้ยงสัตว์เหล่านี้ ขอบอกว่า…สะอาดและดูดีมาก มีเต๊นท์ใหญ่กางกันแดดกันฝนซึ่งได้รับบริจาคมา ส่วนกรงแมวขนาดใหญ่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงการทำงานแลกเงินมาของลุงกับป้า แล้วก็เห็นไม้กระดานที่ลุงสัญญานำมาต่อเป็นแคร่ขนาดใหญ่ให้น้องหมาทั้งหลายนอน มีพัดลมตัวใหญ่เป่าให้น้องหมานอนกันอย่างสบาย ป้านิดาบอกว่า “เห็นพวกมันร้อนแล้วสงสารจึงไปซื้อพัดลมมาไว้เป่าพวกมัน”
คือว่าบ้านที่ลุงกับป้าอยู่รวมถึงพื้นที่ที่ใช้เลี้ยงเจ้าสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ เป็นที่ดินของเจ้านายของลุง เค้ามีที่ดินหลายแปลง อนุญาตให้ลุงอยู่บ้านเค้าเป็นตึกที่เค้าไม่อยู่แล้ว (ดูเหมือนตึกร้างเก่าๆ) เค้ายกให้อยู่แล้วช่วยดูแลพื้นที่แถวนั้นให้ด้วย ลุงกับป้าเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ก็ย้ายมา 2-3 แปลงแล้ว พอแปลงไหนเจ้าของขายได้ คนซื้อเค้าก็ไล่ที่เพราะเค้าจะปลูกบ้านบ้างล่ะ ปลูกอพาร์ตเม้นท์บ้างหล่ะ และทุกครั้งที่ลุงกับป้าย้าย ก็ต้องจ้างคนมาช่วยขนย้ายไปยังพื้นที่ (แปลงที่ยังไม่ได้ขาย) และก็สร้างต่อนู่น นี่ นั่น กันใหม่ (โห…ดูชีวิตของผู้แก่ทั้งสองต้องมาลำบาก แทนที่จะอยู่เองอย่างสุขสบาย แต่…นั่นแหล่ะ คือความสุขของแกทั้งสองคน)

เจ้าหมูป่า 2 ตัวนี้ลุงสัญญา (ผู้ชายคนกลาง ) รักมันมากๆ
ป้านิดากับลุงสัญญาเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านั้นแกทำงานและเอารายได้มาเลี้ยงน้องหมาทั้งหลายเอง โดยไม่เคยขอบริจาคจากใคร (เดิมแกมีแต่หมาประมาณ 70 ตัว ก็ถือว่าเยอะนะเนี่ย) หลังจากนั้น…ก็ค่อย ๆ มีเพิ่มมากขึ้น ได้มาจากการช่วยชีวิตบ้าง มีคนนำมาปล่อยบ้าง แต่…พอหลังจากทั้งสองเกษียณแล้ว ป้าก็ต้องไปหาเก็บเศษเหล็กขาย รายได้วันละร้อยกว่าบาท ส่วนลุงสัญญาก็รับจ้างทำงานช่างทั่วไป รายได้จึงไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงน้องหมาเหล่านี้ทั้งหมด มีเพียงป้าตุ่นที่ทำที่เกาะสุนัขคอยช่วยเหลือ (คืออาศัยบอกคนทั่วไป ที่นำของเข้าไปบริจาคที่เกาะสุนัข ให้แวะมาทางบ้านป้านิดาบ้าง บางรายสะดวกก็มา บางรายก็ไม่มา) ป้านิดาเล่าว่า ส่วนมากที่มา จะมาแค่ครั้งเดียวก็ไม่มาอีกเลย ซ้ำร้ายมีบางรายเข้ามาหลอกด้วยบอกว่าจะเอานู่นเอานี่มาให้ จะมาเทปูนให้ (คือพื้นที่ที่เลี้ยงสัตว์ เวลาฝนตกจะเฉอะแฉะมากเลย) นัดไว้ 3 วันจะมา ตอนนี้ผ่านไปเกือบปีแล้ว ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา

หมากับหมูก็อยู่ด้วยกันได้แต่ต้องระวังไม่ให้ลูกหมาโดนหมูทับนะ
แต่…โชคชะตายังเห็นค่าของคนดี ยังมีคนใจบุญที่คอยช่วยเหลือป้านิดาและลุงสัญญาอยู่บ้าง มีคนนึง (ต้องขออภัย เปิ้ลจำชื่อไม่ได้…) คอยให้ยืมเงินค่าอาหารสัตว์เหล่านี้ตลอด โดยไม่เคยเกี่ยง ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วย เวลาที่ป้านิดาขัดสนเรื่องรายได้จริงๆ ก็ไปขอยืมได้ตลอด และก็มีคุณครูโรงเรียนสตรีวิทยาคนนึง (รู้สึกว่าจะชื่อคุณครูดาวเรือง) และคุณครูที่มหาวิทยาลัยเกริกอีกคนนึง (อันนี้…ต้องขอโทษด้วย จำชื่อไม่ได้อีก แฮะ แฮะ) โดยคุณครูดาวเรืองจะช่วยเรื่องการทำหมันสัตว์ คือ ถ้ามีสัตว์ตัวไหนต้องทำหมัน คุณครูจะพาสัตวแพทย์มาและช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งนึง ส่วนคุณครูที่มหาวิทยาลัยเกริก จะช่วยในเรื่องการฉีดยาป้องกันพิษสุนัขบ้า โดยจะพาสัตวแพทย์มาฉีดยาน้องหมา แมว ให้ทุกปี โดยลุงกับป้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้บ้าง แต่…ก็ยังมีเรื่องค่าใช้จ่ายค่าฉีดยาเห็บหมัดในพื้นที่ที่เลี้ยงสัตว์ ทางกรมปศุสัตว์จะเข้ามาฉีดให้ทุกเดือน โดยลุงจะจ่ายให้เดือนละ 500 บาท (เห็นมั้ย…เพื่อนๆ ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสัตว์ที่จำนวนเยอะขนาดนี้ มันมากจริง ๆ)

อาหารหมาชั้นเลิศ ต้มตับกับข้าวกล้อง!!

สุดยอดดดเลย!!
พอพูดคุยกันซักพัก…ป้านิดาก็โชว์อาหารที่ใช้เลี้ยงพวกมัน (โห…ต้มตับไก่เต็มหม้อเลย…)
ส่วนข้าวก็เป็นข้าวกล้องด้วย บอกก่อนว่า ไม่ใช่ว่าป้านิดาจะเลี้ยงพวกมันดีเกินไปหรอกนะ แต่…ป้านิดาบอกว่าเค้าซื้อข้าวกล้องได้ถูกกว่าข้าวขาวที่เรากินกัน หลังจากหุงเสร็จป้าก็จะนำมาเทใส่กะละมังผึ่งลมไว้ให้มันเย็น ปิดด้วยผ้าขาวป้องกันแมลงวัน (อนามัยสุดๆ) เวลาอาหารของพวกมันประมาณบ่ายโมง โดยป้าจะให้อาหารวันละ 1 มื้อเท่านั้น ตกวันนึงประมาณ 1,250 บาท (ถ้ามีหลายมื้อคงตายแน่เลย) ไหนจะค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกจิปาถะ (เช่น ค่าน้ำก็เดือนละ 300 บาท) ยอมรับเลยว่าป้ากับลุงเค้าดูแลพวกมันดีจริงๆ เรียกว่ารักพวกมันเหมือนลูกเหมือนหลานเลย

ป้านิดาแกรักสุนัขเหมือนลูกเหมือนหลาน

เอ้า กินข้าวๆ
ลุงกับป้านิดาอยู่กันมา 30 กว่าปี ไม่มีลูกด้วยกัน ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาก็เลี้ยงและดูแลสัตว์เหล่านี้แหล่ะ ถึงกับกินนอนอยู่ด้วยกันเลย พื้นที่ที่เลี้ยงพวกมันแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่เป็นตึกจะมีหมาอยู่ประมาณ 70 ตัว ป้านิดาจะนอนและดูแลมันด้วยที่นั้น และพื้นที่ติดกันเลย ที่สร้างเป็นโรงเรือนเลี้ยงพวกสัตว์อื่นๆ มีแมวอยู่ในกรงใหญ่ มีเป็ด และไก่อยู่ในกรงแยกสัดส่วน มีหมู และมีหมาทั้งหมดที่เหลืออยู่รวมกันกลางโรงเรือน

อันนี้เป็นน้องหมาที่อยู่ในตึก
โดยลุงสัญญาทำห้างลอยเป็นที่นอน สำหรับนอนเฝ้าพวกมัน เพราะถ้าไม่นอนด้วยพวกมันจะหอนเวลากลางคืน แล้วจะรบกวนเวลานอนของคนแถวนั้น (คนแถวนั้นก็ดี ไม่มีใครว่าอะไร แถมพวกเค้าก็ยังรักและคอยให้ความช่วยเหลือลุงสัญญากับป้านิดาด้วย เห็นมั้ย…ว่ายังมีคนที่มีน้ำใจเหลืออยู่)

นี่ล่ะที่นอนของลุงสัญญาเอาไว้ดูแลน้องหมาไม่ให้หอนกวนคนอื่นตอนกลางคืน

หลายชีวิตของที่นี่ได้รับการช่วยชีวิตมาโดยป้านิดาและลุงสัญญา
ลุงสัญญาบอกว่า พื้นที่ที่เลี้ยงสัตว์เวลาฝนตกน้ำจะขังสกปรก อยากเทปูนหรือไม้กระดานมาวางต่อทำเป็นพื้นไว้ให้พวกหมู กับหมาอยู่ดีกว่านี้หน่อย เปิ้ลก็เลยขอเลขที่บัญชีมาไว้ด้วย เผื่อเปิ้ลพอมีกำลังนิดหน่อย รวมถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ จะโอนไปให้พวกแก คนละเล็กละน้อยรวมๆ กันก็อาจจะเพียงพอ ตอนนี้…เปิ้ลก็พยายามหาทาง ที่จะช่วยในเรื่องหาไม้กระดานให้อยู่ (คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กว่า เพราะหากอนาคตป้ากับลุงต้องย้ายอีกก็สามารถนำมันไปใช้อีกได้) โดยจะให้ลุงสัญญาไปต่อเองได้ (ด้วยความเป็นช่างที่มีฝีมือ) แต่ไม่รู้ว่าจะหาได้รึปล่าว ถ้าเพื่อนๆ มี (หากที่บ้านเป็นร้านขายของพวกนี้อยู่แล้ว) และอยากจะช่วย ซึ่งพอจะแบ่งปันให้กันได้ ก็แบ่งไปให้ลุงเค้าหน่อยนะคะ ลองโทรฯไปถามลุงก่อนก็ได้ค่ะว่าต้องการ ขนาดอะไร จำนวนเท่าไหร่ ถือว่าช่วยเหลือกันนะคะ

สุดท้าย…ก่อนกลับป้านิดากับลุงสัญญาก็ฝากข้อคิดทิ้งท้ายไว้นิดนึงว่า “อยากให้พวกเราหันมาแบ่งความรักความสงสารให้กับสัตว์เหล่านี้บ้าง เพราะพวกเค้าเกิดมาก็มีเพียงแต่พวกเรานี่แหล่ะที่พอจะเป็นที่พึ่งให้พวกมันได้ หากพวกเรารักพวกมันแล้วหล่ะก็ จะไม่มีใครนำสัตว์เหล่านี้มาปล่อยกลายเป็นสุนัขจรจัด แมวจรจัด ซึ่งมากมายอย่างทุกวันนี้อีกต่อไป”
เจ้านายใจร้ายแบบนี้ ก็ต้องยอมรับชะตากรรม สู้ทนต่อไป ไม่มีศาลไหนจะรับฟ้อง (ถึงอยากจะเรียกร้องก็ทำไม่ได้) อันนี้จริงนะ…บางคนถึงกับลงทุนซื้อชีวิตเค้ามาแล้ว ก็ควรจะให้ความรัก และรับผิดชอบดูแลเลี้ยงดูมันให้ดีสิ (เห่อเฉพาะช่วงแรกๆ พอเบื่อก็โยนทิ้ง นี่ๆ พวกมันมีชีวิต มีจิตใจ มีเลือดเนื้อนะ ไม่ใช่ของเล่น!) พวกมันเป็นสัตว์ที่รักและจงรักภักดีกับเราเสมอ พวกมันไม่เคยจะคิดร้ายกับเรา พอเจอ ทำไม??? คนเรา…ถึงใจร้ายไปเบียดเบียนชีวิตมันอย่างนั้นเล่า…
อ้อ! ยังมีวีรกรรมเด็ดๆ ของพวกมันมากมาย ติดตามต่อได้ใน ชะตากรรมของสัตว์ (ไร้ศาล) ที่ถูกทิ้ง ตอนที่ 2
เบอร์ติดต่อป้านิดากับลุงสัญญา
081-6128334
เลขที่บัญชีให้ความช่วยเหลือ
ชื่อบัญชี คุณสัญญา รสรื่น
บัญชีเลขที่ 058-1-36150-4 ประเภทออมทรัพย์
บัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาบางขุนนนต์
13 ความคิดเห็น »
RSS feed สำหรับความคิดเห็นในกระทู้นี้ TrackBack URI
เขียนความคิดเห็นของคุณ
บลอกที่ WordPress.com . | Theme: Pool by Borja Fernandez.
Entries and comments feeds.




http://webboard.mthai.com/5/2007-06-07/326815.html?1
พอจะช่วยเจ้าตัวนี้ได้มั้ยคะ
Comment โดย เจ — มิถุนายน 7, 2007 #
ลงรายละเอียดที่อยู่ของลุงกับป้ามากเกินไป ระวังคนจะนำหมา-แมว ไปปล่อยได้ถูกต้องมากกว่าคนจะนำเงินไปบริจาคนะ
Comment โดย จริงๆนะ — มิถุนายน 27, 2007 #
ณ บ้านป้านิดากับลุงสัญญา
Comment โดย นิรนาม — มิถุนายน 28, 2007 #
ลุงกับป้าไม่เคยบอกเหรอคับว่า มีคนใจดีหลายคนที่อยู่ในเว็บพันทิบได้เข้าไปช่วยเหลือแกอยู่เป็นเนือง ๆนะคับ
อาหารหมา แมว ก็ได้น้ำใจจากคนในเว็บพันทิบเนี่ยละคับ
Comment โดย คนรักหมา — มิถุนายน 28, 2007 #
ระวังเรื่องการลงที่อยู่ของคุณป้าและคุณลุงด้วยค่ะ ถ้าเป็นไปได้ขอให้ตัดตรงนี้ออกไป
เพราะเห็นว่าลงลึกขนาดนี้ อาจจะทำให้คนนำหมาแมวไปทิ้งกันมากขึ้น
เป็นห่วงนะคะ
สำหรับป้านิดา
ได้มีพี่-เพื่อน-น้อง ห้องพันทิป คอยช่วยเหลือดูแลอยู่
แต่ถ้าหากเด็กๆ ในความอุปการะได้รับความรับช่วยเหลือมากขึ้น ก็ดีใจมากๆค่ะ เพราะเท่ากับเด็กๆ ได้กินอิ่ม ฝันดี
อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณพี่-เพื่อน น้อง ห้องพันทิป
และเว็ปไซด์พันทิป
Comment โดย ใบมอส — มิถุนายน 28, 2007 #
ขอร้องผู้ดูแลเวป ขอความกรุณานำรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทางไปหาป้า ตลอดจนรูปด้านหน้าสถานที่ๆดูแล้วจำได้ว่าเปนสถานที่ๆเลี้ยงหมาออกเสียเถิดค่ะ
ใครต้องการบริจาคอะไรก็ขอให้โทรไปหาป้าเอง
เราชาวพันทิป ช่วยเหลือป้ากันมามากมาย ยังไม่กล้าที่จะลงรายละเอียดสถานที่ในพันทิป ให้คนได้ทราบกันขนาดนี้เลยเพราะกลัวคนจะนำหมาไปปล่อยให้เสียมากกว่าไปช่วยนะคะ
Comment โดย จริงๆนะ — มิถุนายน 29, 2007 #
คุณ จริืงๆนะ กับ คุณใบมอสพูดถูกค่ะ การลงภาพแบบนี้ เป็นดาบ 2 คมค่ะ คนที่อยากช่วยจริงๆ ก็มี แต่มีไม่เท่าไหร่ แต่คนที่จ้องจะเอาหมามาปล่อยมีอยู่อีกมากค่ะ เนี่ยก็เพิ่งได้ข่าวว่ามีเด็กวัยรุ่น2คนเอาหมาพันธ์ชิสสุมาปล่อยฝากให้ป้าเลี้ยง แถมท้องอีกตะหาก ยังไงก็รบกวนเจ้าของเวปตัดรูปภาพรายละเอียดการเดินทางไปหาป้าด้วยเถอะค่ะ เหลือไว้แต่รายละเอียดบัญชีก็พอ เผื่อมีคนจะบริจาคเข้าไปช่วยป้าแกน่ะค่ะ
เพราะภาระแกก็เยอะมากพอแล้วค่ะ
Comment โดย catgang — มิถุนายน 30, 2007 #
ทางเรานำข้อมูลที่อยู่ออกไปแล้วค่ะ ขอโทษด้วยที่ล่าช้า
ตอนที่ลงเราไม่ได้คิดว่าจะก่อให้เกิดผลเสียเช่นนั้น ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ
Comment โดย donationexp — กรกฎาคม 2, 2007 #
ขอขอบคุณทีมงานมากๆค่ะ
ที่กรุณาลบที่อยู่ออกไป ขอขอบคุณด้วยใจจริงค่ะ
Comment โดย ใบมอส — กรกฎาคม 8, 2007 #
**คนที่อยากจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างจริงใจก็ยังมีอีกเยอะนะคะ
ซึ่งเค้าก็ต้องการทราบรายละเอียดที่ชัดเจนนะคะ
พูดมาได้ยังไงคะว่า “ลุงกับป้าไม่เคยบอกเหรอคับว่า มีคนใจดีหลายคนที่อยู่ในเว็บพันทิบได้เข้าไปช่วยเหลือแกอยู่เป็นเนือง ๆนะคับ
อาหารหมา แมว ก็ได้น้ำใจจากคนในเว็บพันทิบเนี่ยละคับ
”
ฟังแล้วมันรู้สึกว่าทำดีเอาหน้าอย่างไงไม่ทราบ ดูแล้วเหมือนทวงบุญคุณ
ส่วนเรื่องที่กลัวว่า ถ้าลงที่อยู่อย่างชัดเจนแล้วจะมีคนเอาหมาไปปล่อย งั้นพวกที่ออกรายการทีวีก็ตายสิคะ เค้าอยู่กันได้ไงอ่ะ
คนที่มันคิดจะเอาหมาไปปล่อย มันก็อยู่ที่จิตใต้สำนึกของตัวมันเองแหละค่ะ ไม่น่าจะกังวลเรื่องนี้นะคะ
แทนที่จะบอกหรือประกาศออกไปเยอะๆจะได้มีคนมาช่วยเหลือกันให้เยอะๆมากขึ้น มันจะไม่ดีกว่าเหรอคะ
แค่คุณลงรายละอียดอย่างเดียว คนเค้าก็ไม่สนใจหรอกค่ะ บรรยายมันไม่เห็นภาพนะคะ
ฉันเชื่อว่าคนที่มีน้ำใจที่จะคอยช่วยเหลือมีมากกว่าคนที่จิตใจโหดร้ายที่เอาหมาไปปล่อยนะคะ
คงมีมากกว่าในเว็ปพันทิปเป็นร้อยเป็นพันเท่า กรุณาเข้าใจคนที่เค้าหวังดีอย่างจริงใจด้วยนะคะ
คนดีๆไม่ใช่มีแต่ในเว็ปพันทิปนะคะ
แล้วคุณแน่ใจหรอคะว่า น้ำใจจากพวกคุณที่มาเม้นต์ตอบในที่นี้ จะพอเพียงเลี้ยงสัตว์ทั้งหลายที่อยู่ในความดูแลของป้านิดากะลุงสัญญาที่นี่ได้หมด
ค่าใช้จ่ายก็มีมากทุกวันนะคะ บางคนเค้าก็สงสารอยากไปเห็นอยากไปสัมผัสไปช่วยเหลือหมาพวกนี้
*****ช่วยเปิดใจ แล้วมองโลกให้กว้างๆหน่อยเหอะ(ไม่ใช่อยู่แต่ในกะลา)นะคะ
Comment โดย GIFT — พฤศจิกายน 2, 2007 #
ถ้าใครอยากไปช่วยป้าติ๋มที่เลี้ยงหมาจรจัดไม่น้อยกว่า 300 ตัวก็สามารถไปได้ที่วัดบางน้ำส้ม อยู่ที่จังหวัดอยุธยาแถวๆ อ.วังน้อยเพราะป้าแกยังไม่มีใครได้รู้ข่าวของแกเท่าไหร่เลยยังไม่ค่อยมีใครไปช่วยเหลือ
Comment โดย เป้ — สิงหาคม 25, 2008 #
เห็นด้วยสุดกับคุนกิ๊ฟคะ ที่
Comment โดย ผ่านมาคะ — ตุลาคม 11, 2008 #
จะหาที่อยู่บ้านป้านิดาคะ อยากซื้อข้าวไปให้ แต่ไม่มีที่อยู่คะ ดูที่ไหนก็โฉบไป เฉี่ยวมา ไม่มีที่อยู่เลย ถ้ารู้ที่อยู่พร้อมแผนที่ละก็ ฝากไว้ที่ ที่ไหนดีละเนี่ย บอกเมล์ไปจะมีคนเอาไวรัสไปปล่อยรึเปล่า เหมือนบอกที่อยู่บ้านป้านิดาแล้วจะมีคนเอาหมาไปปล่อย 555 แอบแซวนิดนึง ส่งข้อความไว้ที่ http://www.hi5.com/friend/203569111–Jane–Profile-html
ละกันนะคะ จะขอบคุณมากๆ เลย สัญญาว่าจะไม่เอาหมาไปปล่อยแน่นอนเลยคะ อยากเลี้ยงข้าวเค้า
Comment โดย เจน — ตุลาคม 19, 2008 #